ความเป็นมาของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประเทศไทย

senate11ความเป็นมาของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประเทศไทย เกิดขึ้นมาตั้งแต่ ปี 2518 ทางสภานิติบัญญัติได้ทำหน้าที่ในการออกกฎหมายการจัดระเบียบทางราชการทางฝ่ายรัฐสภา เปิดให้มี สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา และส่วนของสำนักงานราชการในชื่ออื่นๆ หน้าที่ของ สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ต้องทำหน้าที่เกี่ยวกับงานราชการทั่วไปของรัฐสภา และเป็นผู้รักษาความปลอดภัยความสงบในรอบรัฐสภา และมีเลขาธิการเป็นคนคอยบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการดูแลการปฏิบัติราชการ ขึ้นตรงต่อประธานรัฐสภา และมีรองเลขาธิการคอยช่วยดูแลข้าราชการ และยังสามารถช่วยเลขาธิการในการปฏิบัติงานด้วยก็ได้ ต่อมาภายในปี 2534 ทางนิติบัญญัติแห่งชาติได้มีการแก้ไขกฎหมายราชการสังกัดรัฐสภา โดยได้สั่งมอบหมายให้คณะกรรมการข้าราชการให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานเลขาธิการ ให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับข้าราชการอื่นๆ แล้วจึงนำมาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้พิจารณา โดยทางรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบงานราชการ คือ ให้ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำงานงานเลขาธิการผู้แทนราษฎร ให้เทียบเท่ากรม และได้เป็นนิติบุคคล ให้มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา และบรรดาอำนาจทั้งหลายของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการรัฐสภาตั้งแต่ กิจการ สิทธิ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง รวมไปถึงเงินงบประมาณของสำนักงานเลขาของรัฐสภามาเป็นของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการผู้แทนราษฎร โดยมีเลขาธิการรัฐสภา และรองเลขาธิการรัฐสภา ดำเนินงานร่วมกัน โดยคำขอเหล่านี้ให้มีกำหนดใช้ถัดจากวันประกาศในราชการกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประเทศไทย ได้มีส่วนร่วมทำหน้าที่คอยดูแลรักษาความเป็นอยู่ของราษฎรไทยให้น่าอยู่ และยังช่วยหน่วยงานของรัฐในการจัดงบประมาณต่างๆ ทั้งเรื่อง ทรัพย์สิน , กิจการ , ลูกจ้าง , งบประมาณ ต่างๆ ให้มีความสมดุลทางด้านงบประมาณให้เกิดประโยชน์ และไม่ให้เกิดความสิ้นเปลืองในงบประมาณนั้น ทุกวันนี้การเมืองของประเทศไทยนั้นยังไม่คงที่ทางหน่วยงานราชการต่างๆ จึงต้องร่วมมือกันแก้ไขสถานการณ์ในตอนนี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

senate12

อำนาจหลักของวุฒิสภาไทยในปี 2550

senate8    อำนาจหลักของวุฒิสภาไทยในปี 2550 คือมีหน้าที่กลั่นกรองร่างกฎหมายที่ถูกพิจารณาโดยสภาผู้แทนราษฎร แต่โดยส่วนมากวุฒิสภาของไทยยังขาดความหลากหลายในสังคม ส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้การชักนำของพวกพรรคการเมืองรัฐบาล ต่อมารัฐธรรมนูญของไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงที่มาของวุฒิสภาไทย และอำนาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา โดยมีการกำหนดให้ทางสมาชิกวุฒิสภาได้มีการเลือกตั้ง เอาไว้ทำหน้าที่การกลั่นกรองกฎหมายของประเทศ โดยให้เกิดการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ จนอภิปรายปัญหาระดับชาติโดยไม่ต้องมีการรอลงมติเอกฉันท์ ดังนั้นการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาจึงต้องมีการปรับปรุงให้โปร่งใส ทางรัฐธรรมนูญไทยในปี 2550 จึงได้มีการกำหนดหลักการใหม่ในการได้มาของวุฒิสภาให้มีความชอบธรรม

  1. ผู้ดำรงตำแหน่งวุฒิสภาต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน
  2. จำนวนของวุฒิสภาต้องคำนวณจากจำนวนประชากรเฉลี่ยรวมของสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด 200 คน
  3. ผู้ที่จะสมัครการเลือกตั้งวุฒิสภาจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี มีคุณวุติไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือ เทียบเท่า และต้องไม่มีอยู่ในพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง
  4. สมาชิกของวุฒิสภาต้องมีการดำรงตำแหน่ง 6 ปี

ปัญหาของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ส่งผลให้การทำหน้าที่การตรวจสอบยังไม่บรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริงทำให้เกิดปัญหาในการยกร่างรัฐธรรมนูญในปี 2550 ในปัจจุบันวุฒิสภาของประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนมากเนื่องจากมีปัญหาหลายอย่างเข้ามารุมให้ระบบรัฐธรรมนูญของไทยต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย วุฒิสภาของประเทศไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อระบบภายในประเทศทั้งเศรษฐกิจ , การทำงานของหน่วยรัฐ , และการบริหารประเทศตามนโยบายของพรรคการเมืองหลายพรรค เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุดไม่ทำให้เกิดการความเสียหายของชาติมากยิ่งขึ้นsenate10

สภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยเพื่อประโยชน์ของประชาชน

senate5    สภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทยเพื่อประโยชน์ของประชาชน การเป็นสมาชิกของสภาผู้แทนราษฎรนั้นมาจากการเลือกตั้ง 500 คน เมื่อทำการเลือกเสร็จแล้วสามารถแบ่งออกได้ 2 แบบ คือ รูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด จำนวน 375 คน รูปแบบเพิ่มรายชื่อบัญชีเขตตามเขตต่างๆ จำนวน 125 คน เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือเป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทยทำหน้าที่คอยดูแลประชาชนทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริตคอยดูแลความช่วยเหลือด้านปัญหาต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ให้มีความสะดวกสบายแก้ไขให้มีความเจริญมากขึ้น การเป็นสภาผู้แทนราษฎรต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎข้อบังคบกำหนดก็คือ เป็นคนสัญชาติไทย , ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี , ต้องสังกัดพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคใดติดต่อกันใน 30 วัน , ผู้สมัครในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด 1. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขต หรือ จังหวัดที่ทำการสมัคร 2. ต้องเป็นคนเกิดในจังหวัดนั้นๆ 3. ต้องเคยเรียนในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้นไปน้อยกว่า 5 ปี , ต้องเคยรับราชการ , ผู้สมัครแบบสัดส่วนต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนกับการสมัครแบบแบ่งเขต ในส่วนของข้อต้องห้ามของผู้สมัครการเลือกตั้งต้องมีดังนี้ ห้ามเคยติดยาเสพติดให้โทษ , ห้ามเคยเป็นบุคคลล้มละลายไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม , เป็นบุคคลต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิในการเลือกตั้งตามมาตรา 100 ( 1 ) ( 2 ) หรือ ( 4 ) , ห้ามเคยถูกจำคุกมาก่อน , ถูกไล่ออก หรือ ถูกปลด ในงานราชการ , ห้ามเคยเป็นคนที่ถูกคำสั่งสารให้สมบัติตกเป็นของแผ่นดิน , เป็นข้าราชการมีตำแหน่งนอกเหนือจากข้าราชการการเมือง , เป็นสมาชิกในสภาท้องถิ่น , เป็นพนักงานของหน่วยงานราชการ , ห้ามเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ , อยู่ในระหว่างต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง , เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งทางการเมือง

senate3

วุฒิสภาของประเทศฝรั่งเศสมีความสำคัญน้อยกว่าสภาผู้แทนราษฎร

senate4    วุฒิสภาของประเทศฝรั่งเศสมีความสำคัญน้อยกว่าสภาผู้แทนราษฎร บทบาทของวุฒสภาในประเทศฝรั่งเศสนั้นมีความสำคัญน้อยมา และไม่เป็นที่สนใจจากสื่อมวลชน การดำรงตำแหน่งของประธานวุมิสภานั้นได้มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกภายในวุฒิสภาภายใต้รัฐธรรมนูญของประเทศฝรั่งเศสที่ 5 และได้เป็นบุคคลสืบต่อการเป็นผู้รักษาการประธานาธิบดีใน กรณีที่ประธานาธิบดีในสมัยนั้น ลาออก , อสัญกรรม หรือถูกถอดถอนออกจากกรณีที่เกี่ยวกับสุขภาพ โดยเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นมาแล้วถึง 2 ครั้ง กับ การลาออกของ ชาร์ล เดอโกล และอักครั้งหนึ่งของ ณอร์ม ปงปีดี ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบันได้แก่ ฌ็อง – ปิแยร์ – แบล

อำนาจของวุฒิสภาภายใต้รัฐธรรมนูญ วุฒิสภา นั้นใกล้เคียงกับสภาผู้แทนราษฎร การร่างกฎหมาย เริ่มต้นโดยการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี หรือคนในสภา การร่างกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสต้องใช้ทั้ง 2 สอง สภา คือ ผู้แทนราษฎร กับ วุฒิสภา โดยการใช้ร่างกฎหมายเดียวกันถ้าหากทั้ง 2 สภา ได้มีความเห็นอันชอบตรงกันก็ถือว่าร่างกฎหมายนั้นใช้ได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น อำนาจของตรากฎหมายส่วนใหญ่แล้วจะตกในมือของสภาผู้แทนราษฎรมากกว่า เมื่อหากมีคณะรัฐมนตรีที่มาจากการพรรคที่มีการเลือกเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรแล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังสามารถใช้อำนาจในการเสนอญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีอีกด้วย แต่การอภิปรายความไม่ไว้ววางใจนั้นค่อนข้างมีข้อจำกัดอยู่มากในสมัยรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสที่ 4 ทางรัฐมนตรีที่เพิ่งได้ถูกแต่งตั้งนั้นไม่สามารถใช้สิทธิการลงมติไม่ไว้วางใจได้แต่ในทางกลับกันสมาชิกในรัฐสภาสามารถใช้การยื่นข้อมติไม่ไว้วางใจได้แต่ต้องมีสมาชิกอย่างน้อยร้อยละสิบของสมาชิกทั้งหมดลงชื่อให้การยอมรับ และลงชื่อพร้อมกันในบางประเทศวุฒิสภาถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในการเข้ามาบริหารกฎหมายของประเทศ เพราะมีส่วนสำคัญในระบบราชการของแผ่นดิน

senate3

วุฒิสภาไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไร

senate2    วุฒิสภาไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไรสภาไทยได้ก่อตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ. 2489 สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือสมาชิกวุฒิสภาจากการแต่งตั้ง และสมาชิกสภาจากการเลือกตั้งด้วยประชาชน 200 คน วุฒิสภาเป็นตัวแทนของประชาชนเหมือนกับสภาผู้แทนราษฎร และตัวมีจรรยาบรรณกับความซื่อสัตย์เพื่อเข้ามาช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ  สมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่ช่วยตรวจสอบกลั่นกรองกฎหมาย เป็นผู้มีหน้าที่ช่วยควบคุมการบริหารงานทางราชการด้วยการเปิดประชุมอภิปรายเพื่อให้รัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับงานราชการแผ่นดินแล้วลงมติ ตามหน้าที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

วุฒิสภาของประเทศไทยได้มีอำนาจทำตามบัญญัติมีหน้าที่เฉพาะอีกหลายอย่าง เช่นการแต่งตั้ง แนะนำ หรือแต่งตั้งให้คนมาดำรงตำแหน่งหน้าที่ทางราชการแผ่นดิน อย่างการหาคนเป็นกรรมการการเลือกตั้ง , ผู้ตรวจการของแผ่นดิน , คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน , ตุลาการของศาลรัฐธรรมนูญ , กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการศาลยุติธรรม , ศาลยุติธรรม , ศาลปกครองสูงสุด , คณะกรรมการทุจริตแห่งชาติ , กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และนอกจากที่สามารถทำการแต่งตั้งได้แล้วยังสามารถทำการถอนผู้ที่ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามงานราชการของแผ่นดินอย่างนายกรัฐมนตรี , รัฐมนตรี , สมาชิกผู้แทนราษฎร , สมาชิกวุฒิสภา , ประธานศาลฎีกา , ตุลาการ , พนักงานอัยการ และตำแหน่งอื่นๆ อีกด้วย

วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญของไทยปี 2550 วุฒิสภามีสมาชิกจำนวน 150 คน มาจากการเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด และการสรรหา รัฐธรรมนูญในปัจจุบัน สมาชิกวุฒิสภามีอำนาจกลั่นกรอง พิจารณากฎหมายที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรเป็นหน่วยงานของราชการที่ควบคุมบริหารงานราชการของแผ่นดินได้ ในปัจจุบันตามบัญญัติของกฎหมายยังให้สมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่ทำการเลือกแต่งตั้ง เสนอชื่อ ให้ความเห็นชอบกับผู้ดำรงตำเหน่งตามบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมของจริยธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามบัญญัติรัฐธรรมนูญ และนำรวบรวมข้อมูลหลักฐานพยาน แล้วแจ้งให้แก่วุฒิสภา เพื่อประกอบการพิจารณา ตามมาตรา 121 ของบัญญัติธรรมนูญไทย ในปี 2550 อีกด้วย

senate

Loading...
X