CHINA

การเมืองการปกครองของประเทศไทยเดิมทีตั้งแต่สมัยโบราณกาลมีการปกครองแบบพ่อปกครองลูก แบบสมมุติเทพ และพัฒนามาเป็นแบบสมบูรณาญาสิทธิราช จวบจนกระทั่งปีพุทธศักราช 2475 มีคณะปฏิวัติได้ทำการรัฐประหาร ได้เปลี่ยนแปลงการปกครองให้เป็นแบบประชาธิปไตยขึ้น อย่างไรก็ตามก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และผู้คัดค้านจึงทำให้เกิดการชุมนุมต่อสู้กันอยู่เรื่อย ๆ ทำให้มีการรัฐประหารเกิดขึ้นหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน กฎบัตรและรัฐธรรมนูญเป็นจำนวนถึง 19 ฉบับ เพราะทุกครั้งที่เกิดรัฐประหารทางคณะรัฐประหารจะต้องมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ประกาศแต่งตั้งใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นแทนที่ หลังจากการรัฐประหารครั้งนั้นประเทศไทยก็ยึดหลักการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเรื่อยมา แต่ก็เป็นประชาธิปไตยแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ เพราะมีการชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นและมีเหตุการณ์รุนแรงหลายครั้งจนทำให้มีฝ่ายที่ต้องทำการรัฐประหารอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งในปัจจุบันก็เช่นกัน

หลังจากมีการประท้วงพร้อมกับการชุมนุมเมื่อปี 2556-2557 ระหว่างผู้ชุมนุมที่แตกแยกกันเป็นสองฝ่ายที่ต่างฝ่ายต่างก็สนับสนุนนักการเมืองสีของตน จนเกิดการปะทะรุนแรงสร้างความเสียหายทั้งชีวิตทรัพย์สิน ตลอดจนความเชื่อมั่นของเหล่านานาอารยประเทศทั่วโลกที่มีต่อไทยก็ลดน้อยถอยลง การสูญเสียมีแต่จะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ทางทหารได้ตัดสินใจออกมาทำการรัฐประหารเพื่อยุติการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้น และนำความสงบกลับคืนสู่ผืนแผ่นดินไทยในปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยได้ใช้การปกครองแบบเผด็จการทหารในพฤตินัย โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันโอชา ดำรงตำแหน่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยในคราวเดียวกัน โดยมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ไปและร่างฉบับชั่วคราวขึ้นมาใช้แทน โดยเปลี่ยนแปลงการปกครองทางการเมืองให้ศาลทหารนั้นมีอำนาจในการพิจารณาคดีในกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ก็ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ปะทะกันทางเหล่าราษฎร์ในครั้งนั้นที่มีสาเหตุมาจากการเมือง ทำให้ประเทศชาติเกิดความสูญเสียเป็นอย่างมาก ต้องใช้เวลาฟื้นฟูสิ่งเหล่านั้นให้กลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ทุกครั้งที่เกิดการรัฐหารเกิดขึ้นนั้นก็ไม่เป็นผลดีกับประเทศชาติเลย เพราะจะส่งผลให้การพัฒนาของประเทศชะงักงันไปเสียทุกอย่าง ดังนั้น หากประชาชนชาวไทยอยากให้ประเทศชาติของเรามีความเจริญก้าวหน้าต่อไปก็ต้องใช้ประสบการณ์ผิดพลาดที่ผ่านมาในอดีต นำมาปรับปรุงแก้ไข ทำอย่างไรเราจึงจะธำรงไทยให้อยู่คู่ความสงบด้วยระบอบประชาธิปไตยได้ ประชาธิปไตยเป็นระเบียบการปกครองที่ดีหากเราทำได้ตามหลักการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรามักจะไม่ทำตามกฎ ต่างคนต่างเอาแต่ใจ ต่างคนต่างไม่ฟังกัน ต่างคนต่างไม่มีขันติ ไม่สามารถรับฟังความคิดเห็นที่ผิดแผกแตกแยกที่แปลกไปจากกลุ่มของตนได้ จนก่อให้เกิดความรุนแรงตามมาจนถึงขั้นเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และประเทศชาติ ดังนั้น เราชาวไทยจึงควรเริ่มต้นใหม่ ปลูกฝังคุณธรรมและสิ่งดี ๆ ให้ลูกหลาน เพื่อรักษาประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราไว้ได้สืบต่อไป

ทิศทางการเมืองไทยในปัจจุบัน