ปรองดอง ฉบับใหม่กลับมาอีกแล้วเมื่อต้นปี 60

เวลา 11.30 น ในวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา มีการพูดถึงเรื่องการปรองดองของพรรคการเมืองใหญ่ทั้งสองฝ่าย นายสุระชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ซึ่งเป็นรองประธานของสภานิติบัญญัติแห่งชาย หรือคำย่อ (สนช.) กล่าวไว้ว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต. ประจำนายยกรัฐมนตรี จะเดินทางมาพบกับ นายพรเพชร วิชิตชัย ประธาน สนช. ถึงการวางกรอบของการปรองดอง ว่าควรจะต้องการดำเนินต่อไปอย่าหยุด โดยคณะรัฐบาลนำผลมาวิเคราะห์และศึกษา และกรรมการของคณะปรองดองมาเป็นตัวช่วยสำคัญ เพื่อให้นโยบายนี้สำเร็จโดยไว และประเทศชาติจะได้เดินไปด้วยกัน

นายสุระชัย ยังได้กล่าวอีกว่า ข้อเสนอของ เอ็มโอยู เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ในการปรองดองมากขึ้น และจะต้องถามท่านนายกรัฐมนตรีที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอยู่พอสมควร ประชาชนย่อมต้องการความแน่นอน ต้องการข่าวสารที่เป็นจริงกว่าที่เคยได้รับมา และรัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามแนวทางสัจจะสัญญา เพื่อเป็นแนวทาง

ทางด้านนายอนุสร เอี่ยมสะอาดและเป็นรักษาการของพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายถาวร เสนเนียม แกนนำ ปปส. ออกมาประกาศว่า จะไม่ยอมเซ็นสัญญา เอ็มโอยู ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง เนื่องจากเห็นว่าไม่เหนือความคาดหมาย ต้องยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนแต่เป็นปัญหาชัตดาวน์ประเทศ รวมไปถึงระบบราชการ ซึ่งคาดว่าการปรองดองจะไม่เกิดขึ้นได้อีกอย่างแน่นอน เพราะการปรองดองนั้นมีอะไรมากกว่าการเซ็นสัญญา ทั้งนี้พรรคเพื่อไทย การปรองดองนั้นจะต้องนำประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งเท่านั้น และนักการเมืองย่อมไม่มีสิทธิ และต้องมองภาพให้กว้างมากขึ้นว่าจะสามารถปรองดองกันได้อย่างไร เดินหน้าพัฒนาประเทศต่อไปอย่างไร และหวังว่าคงไม่มีใครมาขัดขวางกันอีก พรรคเพื่อไทยกล่าว